การป้องกันโรคหัวใจ

ไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia) ค่า LDL และ HDL เท่าไหร่ถึงเริ่มอันตราย?

✓ ด้วยความปรารถนาดีจาก นพ.ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล31 มีนาคม 2569อ่าน 1 นาทีโรคหัวใจ
ไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia) ค่า LDL และ HDL เท่าไหร่ถึงเริ่มอันตราย?

ไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia): ค่าเท่าไหร่ถึงเริ่มอันตราย?

ไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia) ค่า LDL และ HDL เท่าไหร่ถึงเริ่มอันตราย?

เวลาตรวจสุขภาพประจำปี หลายคนคงเคยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ลุ้นผลตรวจ "ไขมันในเลือด" ว่าจะเกินเกณฑ์ไหม บางคนได้กระดาษผลเลือดมาเห็นตัวเลขสีแดงเต็มไปหมดแต่ก็อ่านไม่เข้าใจ วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันครับว่า คอเลสเตอรอลตัวไหนคือผู้ร้าย และค่าเกินเท่าไหร่ถึงต้องเริ่มกลัวโรคหัวใจ


4 ตัวเลขไขมันในใบเจาะเลือด มีอะไรบ้าง?

ในการตรวจระดับไขมันในเลือด (Lipid Profile) จะประกอบด้วยค่า 4 ตัวหลัก ซึ่งแต่ละตัวมีความหมายและหน้าที่ต่างกัน:

1. คอเลสเตอรอลรวม (Total Cholesterol)

  • คือไขมันทั้งหมดที่มีอยู่ในกระแสเลือด เป็นภาพรวมกว้างๆ
  • ค่าปกติ: ควรน้อยกว่า 200 mg/dL
  • (แต่ความจริงแล้ว ค่ารวมสูงอย่างเดียวอาจไม่ได้แย่เสมอไป ถ้ามันมาจากไขมันดีที่สูงครับ)

2. ไขมันเลว (LDL - Low Density Lipoprotein)

  • นี่คือ "ตัวร้ายตัวจริง" ที่ทำให้เกิดหลอดเลือดหัวใจตีบ! หน้าที่ของมันคือขนส่งไขมันจากตับไปสู่เซลล์ทั่วร่างกาย แต่ถ้ามีมากเกินไป มันจะไปเกาะตามผนังหลอดเลือดกลายเป็นคราบพลัค (Plaque) และไขมันอุดตัน
  • ค่าปกติแบบคนทั่วไป: ไม่ควรเกิน 130 mg/dL
  • ค่าสำหรับคนที่มีความเสี่ยง (เบาหวาน/โรคหัวใจ): หมอมักจะคุมให้เข้มงวดคือต้องต่ำกว่า 100 หรือ 70 mg/dL หรือแม้แต่ 55 mg/dL ด้วยซ้ำไป

3. ไขมันดี (HDL - High Density Lipoprotein)

  • นี่คือ "ฮีโร่รถเก็บขยะ" หน้าที่ของมันคือวิ่งตระเวนเก็บกวาดไขมันเลวที่ตกค้างตามหลอดเลือดกลับไปทำลายทิ้งที่ตับ ยิ่งตัวนี้สูง หลอดเลือดคุณจะยิ่งสะอาด!
  • ค่าปกติ: ผู้ชายควรมากกว่า 40 mg/dL | ผู้หญิงควรมากกว่า 50 mg/dL (ถ้าได้เกิน 60 ถือว่ายอดเยี่ยมมาก)

4. ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides)

  • เกิดจากไขมันที่เรากินเข้าไปตรงๆ และอีกส่วนเกิดจาก "น้ำตาล ข้าว แป้ง" ที่กินเกินพอดีแล้วร่างกายเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมตามพุงและตับ (ไขมันพอกตับ)
  • ค่าปกติ: ควรน้อยกว่า 150 mg/dL

เมื่อไหร่ที่หมอจะเริ่มสั่งจ่ายยาลดไขมัน?

แพทย์จะไม่ได้ดูแค่ "ค่าคอเลสเตอรอลรวม" เท่านั้น แต่จะประเมินความเสี่ยงโดยรวม หากคุณมีค่าไขมันเลว (LDL) มากและมีความเสี่ยงสูง เช่น มีความดันโลหิตสูง หรือสูบบุหรี่ร่วมด้วย แพทย์จะพิจารณาให้กินยาลดไขมัน (กลุ่ม Statin) ทันที เพราะความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางหลอดเลือดสูงมาก ทั้งนี้ต้องประเมินโรคร่วมด้วยครับ เช่น เคยทำบอลลูนมาแล้ว หรือเป็นโรคไตเรื้อรัง เป้าหมายในการลด LDL ก็จะแตกต่างกันออกไปอีก

3 วิธีเพิ่มไขมันดี (HDL) ลดไขมันเลว (LDL) ด้วยตัวเอง

  1. งดไขมันทรานส์และเบเกอรี่: จริงๆ แล้ว ไขมันทรานส์นั้นไม่พบในธรรมชาติ น้ำมันทุกชนิด หากเอาไปผ่านความร้อนนานๆ ก็จะกลายเป็นไขมันทรานส์ครับ ในชีวิตจริงก็จะเจอในพวกน้ำมันทอดซ้ำๆ เราจึงควรหลีกเลี่ยงครีมเทียม มาการีน มันหมู และของทอดซ้ำครับ
  2. เพิ่มกากใย (Fiber): ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และผักใบเขียว มีคุณสมบัติคล้ายฟองน้ำที่ช่วยดูดซับไขมันเลวในลำไส้แล้วขับทิ้งทางอุจจาระ
  3. คาร์ดิโอ (Cardio): การออกกำลังกายจนเหนื่อย ระดับพูดไม่จบประโยค อย่างน้อย 30 นาที/วัน เป็นวิธียอดฮิตและได้ผลที่สุดในการดันค่า "ไขมันดี (HDL)" ให้พุ่งสูงขึ้น

สรุป

ไขมันในเลือดสูงเป็นภัยเงียบที่ไม่มีอาการปวดหัว ไม่มีอาการวิงเวียนใดๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีคือหลอดเลือดหัวใจตีบไปแล้ว สิ่งสำคัญคือการไปตรวจเลือดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และรู้จักตัวเลข LDL กับ HDL ของตัวเอง เพื่อปรับพฤติกรรมการกินได้ทันท่วงทีครับ!

ข้อสงวนสิทธิ์ทางการแพทย์

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยด้านสุขภาพ กรุณาปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

แชร์บทความ:FacebookLINEX

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีลดความดันโลหิตสูงด้วยตัวเอง แบบไม่ใช้ยา ป้องกันโรคหัวใจการป้องกันโรคหัวใจ

วิธีลดความดันโลหิตสูงด้วยตัวเอง แบบไม่ใช้ยา ป้องกันโรคหัวใจ

ความดันสูงแต่หมอยังไม่ให้ยา ต้องทำยังไง? เคล็ดลับลดความดันโลหิตด้วย 5 วิธีปรับพฤติกรรมง่ายๆ เช่น ลดเค็ม ลดพุง และจัดการความเครียด เพื่อป้องกันโรคหัวใจ

7 เมษายน 2569

ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia): เกิดจากอะไร ตอนไหนต้องรีบพบแพทย์ด่วนภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia): เกิดจากอะไร ตอนไหนต้องรีบพบแพทย์ด่วน

นั่งพักอยู่ดีๆ หัวใจก็เต้นรัวเหมือนวิ่งมาราธอน! เจาะลึกสาเหตุของอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว ตั้งแต่สาเหตุทั่วไปอย่างคาเฟอีนและไทรอยด์ ไปจนถึงสัญญาณอันตราย

7 เมษายน 2569

ลิ้นหัวใจรั่ว ซ่อมได้ไหม? อาการ วิธีรักษา และข้อแตกต่างจากการเปลี่ยนลิ้นโรคลิ้นหัวใจ

ลิ้นหัวใจรั่ว ซ่อมได้ไหม? อาการ วิธีรักษา และข้อแตกต่างจากการเปลี่ยนลิ้น

เสียงฟู่ในหัวใจอาจเป็นสัญญาณของลิ้นหัวใจรั่ว! เจาะลึกอาการเตือนและทางเลือกในการรักษา ควรกินยา ผ่าตัดซ่อม หรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมแบบไหนดีกว่ากัน?

7 เมษายน 2569