โรคพาร์กินสัน

มือสั่นแบบไหนคือพาร์กินสัน? สังเกตความต่างจากอาการมือสั่นจากความเครียด

✓ ด้วยความปรารถนาดีจาก นพ.ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล2 เมษายน 2569อ่าน 1 นาทีโรคสมอง
มือสั่นแบบไหนคือพาร์กินสัน? สังเกตความต่างจากอาการมือสั่นจากความเครียด

อาการมือสั่น: สัญญาณของ "พาร์กินสัน" หรือแค่ "ความเครียด"? สังเกตอย่างไรให้ชัวร์

มือสั่นแบบไหนคือพาร์กินสัน? สังเกตความต่างจากอาการมือสั่นจากความเครียด

อาการมือสั่น เป็นความผิดปกติทางร่างกายที่สร้างความรำคาญใจและเสียบุคลิกภาพ หลายคนเมื่อเริ่มมีอาการมือสั่น มักตกใจและกังวลว่าตนเองกำลังจะเป็น "โรคพาร์กินสัน" (Parkinson's disease) หรือไม่?

ความจริงแล้วอาการมือสั่นเกิดได้จาก 2 ปัจจัยหลัก คือจากโรคทางระบบประสาทเสื่อมและการถูกกระตุ้นชั่วคราวจากความเครียดและไลฟ์สไตล์ วันนี้เรามีวิธีจับสังเกตเบื้องต้นมาฝากครับ


1. มือสั่นแบบ "โรคพาร์กินสัน" (Resting Tremor)

พาร์กินสันเกิดจากสมองขาดสารโดพามีน อาการมือสั่นในโรคนี้มีจุดสังเกตเฉพาะตัวคือ:

  • สั่นขณะพัก (Resting Tremor): มือมักจะสั่นเมื่อ "วางอยู่เฉยๆ" เช่น วางมือไว้บนตัก ปล่อยมือข้างลำตัว แต่พอเริ่มขยับมือไปหยิบจับปากกาหรือแก้วน้ำ อาการสั่นนั้นจะน้อยลงหรือหยุดสั่นชั่วคราว
  • ลักษณะการสั่น: มักมีลักษณะเหมือนกำลังปั้นลูกกลอน หรือกลิ้งยาเม็ดเล็กๆ ในมือ (Pill-rolling tremor)
  • สั่นไม่สมมาตร: ระยะแรกมักจะเริ่มสั่นที่แขนหรือขา "ข้างใดข้างหนึ่ง" ก่อนเสมอ
  • อาการร่วมที่สำคัญ: มักไม่ได้มาแค่มือสั่นอย่างเดียว แต่ผู้ป่วยจะ เคลื่อนไหวร่างกายช้าลงมาก ใบหน้ามีอาการตึงเฉยเมยไม่กะพริบตา ก้าวเดินลำบาก หรือมีอาการหลังค่อมเดินซอยเท้าถี่ร่วมด้วย

2. มือสั่นจาก "ความเครียดและสรีรวิทยา" (Physiologic / Action Tremor)

อาการสั่นกลุ่มนี้พบได้บ่อยมากในวัยเรียนหรือวัยทำงาน เกิดจากร่างกายหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน (ความเครียด) มากเกินไป จนไปกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ทำงานมากเกินระดับปกติ

  • สั่นขณะใช้งาน (Action/Postural Tremor): มือจะสั่นเมื่อ "พยายามใช้มือ" หรือขณะเกร็งค้างไว้ในต้านแรงโน้มถ่วง เช่น เวลาต้องยื่นมือไปส่งของ เวลาหยิบจับช้อนส้อม หรือเวลาถูกกดดันให้พรีเซนต์งานหน้าสาธารณชน (Stage Fright) แต่เมื่อกลับมาวางมือไว้เฉยๆ อาการสั่นจะหายไป
  • สั่นสมมาตร: มักจะมีอาการสั่นที่มือทั้ง 2 ข้างพร้อมๆ กัน
  • ไม่มีอาการระบบประสาทร่วม: สามารถเดิน ลุกนั่ง เขียนหนังสือ หรือทำกิจกรรมทุกอย่างได้ด้วยความเร็วเท่าเดิม (ไม่มีอาการก้าวเท้าไม่ออกหรือหน้าตึง)

นอกจากความเครียดและการตื่นเต้นแล้ว ปัจจัยไลฟ์สไตล์อย่าง "การดื่มกาแฟ (คาเฟอีน)" เกินขนาด, ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (หิวจัด), การอดนอน, ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ, หรือเอฟเฟกต์จากยาลดน้ำมูก ก็เป็นเหตุให้มือสั่นในลักษณะนี้ได้เช่นกัน


3. มือสั่นแบบไม่ทราบสาเหตุ (Essential Tremor)

นอกจาก 2 กรณีข้างต้นแล้ว ยังมีโรค "อาการสั่นไม่ทราบสาเหตุ" (Essential Tremor) ซึ่งมักเป็นกรรมพันธุ์ ต่างจากพาร์กินสันตรงที่มักสั่นเวลาพยายามใช้งานมือ (เช่น ตักซุปแล้วหก) และอาจมีการสั่นที่ศีรษะร่วมด้วย แต่ไม่มีอาการกล้ามเนื้อเกร็งหรือเคลื่อนไหวช้า


สรุป: เช็กลิสต์เมื่อไหร่ที่ควรระวัง

จำคีย์เวิร์ดสำคัญไว้ว่า "พาร์กินสันสั่นตอนพัก เครียดจัดสั่นตอนใช้"

หากคุณมีอาการมือสั่นร่วมกับความตึงเครียด แนะนำให้ลองงดกาแฟ นอนหลับให้พอ และทำสมาธิ แต่หากคุณมีอาการ "มือสั่นขณะวางมือไว้เฉยๆ สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวร่างกายที่ช้าลง รู้สึกกล้ามเนื้อตึงรัด" ควรรีบไปพบแพทย์อายุรกรรมประสาท (Neurologist) เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะการป้อนยารักษาพาร์กินสันในระยะแรก จะช่วยดึงรั้งคุณภาพชีวิตที่ดีให้อยู่กับคุณไปได้อีกนานครับ

ข้อสงวนสิทธิ์ทางการแพทย์

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยด้านสุขภาพ กรุณาปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

แชร์บทความ:FacebookLINEX

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีบำรุงสมอง ป้องกันสมองเสื่อม: เคล็ดลับคนวัยทำงาน ไม่ต้องรอให้แก่การดูแลสุขภาพสมอง

วิธีบำรุงสมอง ป้องกันสมองเสื่อม: เคล็ดลับคนวัยทำงาน ไม่ต้องรอให้แก่

รู้หรือไม่ ความเสื่อมของสมองเริ่มสะสมมาตั้งแต่วัย 30 ปี วัยทำงานจะปกป้องสมองจากการโหมงานหนักและต้านความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมก่อนวัยอันควรได้อย่างไร

7 เมษายน 2569

ลมชักในผู้ใหญ่: จู่ๆ ก็เป็นตอนโต เกิดจากอะไร อันตรายไหม มีวิธีรักษาหรือไม่โรคลมชัก

ลมชักในผู้ใหญ่: จู่ๆ ก็เป็นตอนโต เกิดจากอะไร อันตรายไหม มีวิธีรักษาหรือไม่

โรคลมชักไม่ได้เป็นเฉพาะเด็ก วัยทำงานและผู้สูงอายุก็ชักได้! รู้จักสาเหตุของภาวะลมชักในผู้ใหญ่ที่มักซ่อนรอยโรคในสมองไว้ เช่น สโตรก เนื้องอก และวิธีรักษา

17 เมษายน 2569

สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ท่องจำกฎ FAST ให้ขึ้นใจเพื่อรักษาได้ทันโรคหลอดเลือดสมองและอัมพาต

สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ท่องจำกฎ FAST ให้ขึ้นใจเพื่อรักษาได้ทัน

หน้าเบี้ยว แขนตก พูดไม่ชัด! รู้จักกฎ FAST สัญญาณฉุกเฉินของโรคหลอดเลือดสมอง พร้อมความสำคัญของช่วงเวลา 4.5 ชั่วโมงทองคำ (Golden Hour) ที่ชี้เป็นชี้ตาย

17 เมษายน 2569